ค น ห ล ง ท า ง

รีวิวท่องเที่ยว,สถานที่ท่องเที่ยว

🌴 De Veranio (ดิ เวรานิโอ้)🌴

  •  

พัก Pool Villa ริมทะเลตราดสุดชิลล์นอนฟังเสียงคลื่น ภายใต้แสงดาว…

พิกัด >> หาดบานชื่น ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
Google Map >> https://goo.gl/maps/HVs3KAkoBAPwQAcr6
—–

หากการพักผ่อน คือการได้มานั่งนิ่งๆ มองวิวทะเล แล้วปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างช้าๆ และบางครั้งที่เรารู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำอะไรการหาเวลาไปผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจแล้วไปในที่ที่เราอยากไป ก็คงเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากๆ

และในทริปนี้ ผมจะขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินทางของผมที่มักจะไปในโซนภูเขา มาเป็นทริปชิลล์ริมทะเล ในแบบที่ใครเห็นก็อดใจไม่ไหวเพราะที่พักที่ผมจะพามาทำความรู้จักกันอย่าง’De Veranio Resort’ ซึ่งเป็นที่พักริมหาดจังหวัดตราดบนพื้นที่ที่เงียบสงบ หาดสะอาด เป็นส่วนตัวไปเดินเท้าเปล่าสัมผัสกับทรายนุ่มสุดละเอียดละมุนเท้าถ้าถามว่าที่นี่มีดีอะไร ทำไมถึงควรค่าแก่การมอบวันหยุดอันมีค่า มาเติมเต็มความสุขกันที่นี่ก็ตามมาออกเดินทางไปพร้อมกันเลยครับ…

🏖 รายละเอียดห้องพัก

  • Deluxe Partial Seaview with BalconyTub
  • Villa Garden
  • Villa Beach Front
  • Pool Villa Beach Front
  • One-bedroom Beach Front with Private Pool
  • Honeymoon Suite

ราคาเริ่มต้น 2,400 บาท (high season)

**ราคาห้องพักรวมอาหารเช้า**

🏖 ติดต่อสอบถาม / จองห้องพักได้ที่

Facebook : De Veranio Resort ดิ เวรานิโอ้ รีสอร์ท

Line ID : @deveranioresort

Tel. 098-2469696

Email : reservation.deveranio.ksd@gmail.com

https://deveraniotrat.com/

หากใครที่คิดถึงบรรยากาศการพักผ่อนริมทะเล ‘ตราด’ คืออีกหนึ่งจังหวัดที่ต้องยอมรับเลยครับว่าทะเลสวย น้ำใส มาเยือนเมื่อไหร่ก็ฟิน

แล้วถ้าอยากหาที่พักสวยๆ ที่สามารถเดินลงหาดได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว และที่สำคัญเลยคือ ‘ชิลล์เหมือนเที่ยวเกาะ แบบไม่จำเป็นต้องข้ามเกาะ!!’ ซึ่งที่พักที่ผมกำลังจะพาแนะนำกันนั้นก็คือ ‘De Veranio Resort’ (ดิ เวรานิโอ้ รีสอร์ท) ซึ่งเป็นรีสอร์ทสวย หรูริมหาดบานชื่น จังหวัดตราดนั้นเองครับ

จุดเด่นของที่นี่เลย คือ ‘โลเคชั่น’ เพราะถ้ามาทะเลแล้วโลเคชั่นไม่เด็ด ไม่ดีจริงเนี่ย ทริปคงต้องกร่อยแน่นอน ที่ De Veranio นั้น ทั้งอยู่ติดริมหาด และยังอยู่ในโซนที่เงียบ สงบ เป็นส่วนตัวมากๆ ดูจากภาพมุมสูงก็จะเห็นเลยครับ ว่ารอบๆ ยังคงเต็มไปด้วยธรรมชาติ คนไม่พลุ่พล่าน ไม่จอแจ แออัด มาแล้วยังไงไม่มีผิดหวังแน่นอน…
มาถึงแล้วก็ไป Check in กันเลยครับ…
ดู Lobby ซะก่อนสิครับ… First impresstion ที่ทางที่พักนั้นใส่ใจในจุดนี้ เรียกว่ามาแล้ว ก็ชอบในบรรยากาศที่พักตั้งแต่แรกเห็น

และอย่างที่ผมเคยได้เกริ่นไว้การมาเที่ยวนี้นั้น ‘ฟินเหมือนเที่ยวเกาะ แบบไม่จำเป็นต้องข้ามเกาะ’ เพราะถ้าพูดตรงๆ บางครั้งการจะนั่งเรือข้ามเกาะ ก็อาจจะไม่ใช่อะไรที่เหมาะสำหรับทุกคนใช่มั้ยครับ บางคนอาจจะเมาเรือ หรือถ้ามีเด็กๆ หรือพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ พามาเที่ยวกันแบบครอบครัว การนั่งเรือก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกนัก

หรือบางทีขับรถมาถึงก็อาจจะรู้สึกเพลียๆ ใจคืออยากจะได้ไปนอนพักบนเตียงนุ่มๆ มองวิวสวยๆ ละ แต่ต้องมารอต่อเรือนั้นนี่อีกหลายต่อกว่าจะถึง ไหนจะสัมภาระอีก เพราะฉะนั้นการมาที่นี่เป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากครับ
สำหรับทริปนี้ ก็จะพักที่ De Veranio กัน 3 วัน 2 คืน โดยที่แต่ละคืนก็จะพักห้องกันคนละแบบ เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศกันถึง 2 แบบ 2 สไตล์ และในคืนแรกนี้ ก็จะพักกันที่ ‘Villa Beach Front’ ห้องนี้เลยครับบบบ

สำหรับห้องนี้ ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง และจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน เครื่องอำนวยความสะดวกมีครบครันเลยครับ และที่สำคัญเลยคือมุมนั่งเล่น ที่มี Sofa bed สำหรับนอนชมวิวทะเลผ่านกระจกใส เห็นน้ำสะท้อนกับแสงแดดเป็นประกาย เรียกว่าเป็นมุมที่เพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของห้องน้ำ ก็จัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว ยังคงเน้นโทนสีขาวดูสะอาดตา
ต่อไป เราไปเดินดูส่วนอื่นๆ ของ De Veranio กันบ้างดีกว่าครับ…
Overview ของที่นี่ ทุกอย่างผมว่าถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ดีไซน์เรียบหรู ดูดี เน้นโทนสีที่ดูสบายตา และดูอบอุ่น

ใครที่ชอบความ Minimal รักในความน้อยแต่มาก ก็ต้องชอบแน่ๆ ครับ
ใครที่เป็นสายสุขภาพ ชอบออกกำลังกายเป็นประจำ แม้แต่วันที่มาเที่ยวชิลล์แบบนี้ ก็มาใช้บริการ Fitness กันได้ครับ รับรองว่าวิวดี ได้เปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายไปด้วย
มาดูที่สระว่ายน้ำส่วนกลางกันบ้างครับ กับสระว่ายน้ำแบบ Infinity ที่มองเห็นวิวสระว่ายน้ำและผืนทะเลเป็นผืนเดียวกันทอดยาวไปสุสายตา ก่อนที่จะลงเล่นน้ำทะเล ก็แวะมาว่ายน้ำในสระกันไปแบบเพลินๆ
พอตกเย็น แสงแดดเริ่มอ่อนๆ เราก็ไปเดินเล่นริมหาด รอชมวิวตอนช่วงพระอาทิตย์ตกกันครับ
แสงแดด สาย ลม และเสียงคลื่น ช่างเป็นอะไรที่ชาร์จแบตร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
ถ้าถามว่าทะเลที่นี่จะน้ำใส เป็นสีฟ้าอมเขียวแบบสี turquoise สวยขนาดไหน ก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากครับ เอาเป็นว่าให้ภาพมันเล่าเรื่องดีกว่า….
พระอาทิตย์ตกแล้ว ก็สวยงามและให้อารมณ์ที่ดูแตกต่าง
และด้วยความที่โรงแรมนั้นติดทะเลขนาดนี้ นอกจากห้องพักจะมองเห็นวิวทะเลสวยๆ แล้ว ในส่วนของห้องอาหาร Siesta Seaside ก็วิวเด็ดไม่แพ้กัน ทั้งอิ่มท้องและยังอิ่มตาอิ่มใจไปแบบสุดๆ
มาดูที่เมนูอาหารมื้อเย็นในวันนี้กันครับ เห็นหน้าตารวมๆ แล้ว ดูดี และน่าทานมากเลยใช่มั้ยละครับบบบ ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ มาแล้วก็ต้องจัดอาหารทะเลกันหน่อย และการมานั่งทานในร้านอาหารของที่นี่ ก็หมดห่วงเรื่องโดนชาร์จราคาแพงๆ ไปได้เลยครับ เพราะแต่ละเมนูที่สั่งมาแบบจัดเต็มบนโต๊ะนั้นก็หลักร้อยทั้งนั้น

+ ยำสามหนุ่ม 359 บาท
+ พิซซ่าซีฟู้ด 229 บาท
+ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม 359 บาท
+ ห่อหมกมะพร้าวอ่อนซีฟู้ด 259 บาท
+ เซ็ทซีฟู้ด ปลากระพงเผา 999 บาท

ด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลที่สดใหม่ รสชาติอาหาร และบรรยากาศของร้าน ซึ่งถือว่าคุ้มค่า
เครื่องดื่มเย็นๆ ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารมื้อเย็น ให้ยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีก…
มาดูหน้าตาแต่ละเมนูกันแบบใกล้ๆ แต่ละจานคือมาแบบเนื้อๆ เน้นๆ สดใหม่ อร่อยถูกปาก
พิซซ่าซีฟู้ดที่ทำเสิร์ฟร้อนๆ…
บรรยากาศที่พักในตอนกลางคืน ก็ดูดี และสวยงามไปด้วยแสงไฟ จะออกมาเดินเล่น ถ่ายรูป ก็สวยไปอีกแบบ
หรือจะรอช่วงดึกๆ แล้วออกไปดูทะเลดาว ที่อยู่เหนือท้องทะเลแบบนี้ก็ฟินไม่เบา…
สำหรับเช้าวันที่ 2 นี้ เรียกว่าตื่นมารับลมทะเลที่สดชื่นมากๆ ครับ ท้องฟ้าก็สดใส ดวงอาทิตย์ส่องแสงมาทักทาย
มื้อเช้ากับเมนูรองท้อง เติมพลังกันหน่อย
อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ที่มีทั้งเมนูอาหารไทย และแบบ American Breakfast ให้เลือกได้ตามชอบ
ทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ก็มาเดินเล่นยามเช้ากันหน่อย ก่อนที่จะไปย้ายไป Check in กันที่ห้องพักใหม่ เพราะไหนๆ ก็มากันแล้วก็มาพักกัน 2 ห้อง 2 คืนไปเลย เพื่อความฟินแบบเต็มๆ
และสำหรับห้องพักในคืนที่ 2 นี้จะเป็น ‘Pool Villa Beach Front’ ซึ่งถ้าใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก ก็ต้องห้องนี้เลยครับ เพราะมี Private Pool ที่แค่เปิดประตูออกมาที่ระเบียงห้องก็ลงสระว่ายน้ำได้เลย
ภายในห้อง จะยังคง Concept เดียวกันกับห้องในคืนแรก และจะพิเศษตรงที่มีสระว่ายน้ำอยู่หน้าห้อง และยังอยู่ติดริมทะเลแบบนี้ครับ คือจะว่ายน้ำในสระแล้วเดินลงทะเลต่อก็ชิลล์มากๆ
หาเวลามานั่งอาบแทนให้ผิวดูสุขภาพดี รับวิตามินจากแสงธรรมชาติกันสักนิด เป็นกิจกรรมเบาๆ ที่จะทำให้วันหยุดนั้นลงตัว และเติมเต็มเข้าไปอีก
ลงว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำส่วนกลาง ชมวิวทะเลแบบพาโนรามา
หรือจะออกไปพายเรือคายัคที่ริมหาด ก็มีให้บริการฟรี
หามุมเดินถ่ายรูปเล่นริมทะเลกันไปเพลินๆ รับรองว่ามาที่นี่แล้ว ได้รูปเพียบแน่นอนครับ
ยามเย็นกับการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินได้จากห้องพักเลย มุมนี้คือดีมากกกก ถ้ามาแล้วไม่อยากให้พลาดห้องนี้เลยจริงๆ
บอกลาทริปที่พักริมทะเลตราดสุดชิลล์กันไป ด้วยบรรยากาศการพักผ่อนใน Private Pool ที่จะได้เพลินตาเพลินใจไปกับดาวบนฟ้า และวิวทะเลเบื้องหน้า ที่ทำให้รู้สึกว่าอยากจะหยุดเวลาในวันหยุดพักผ่อนไว้ที่นี่นานๆ….

#คนหลงทาง #DeVeranioResort #ดิเวรานิโอ้ #เที่ยวตราด #ที่พักตราด #ที่พักริมทะเล #PoolVilla


  •