ค น ห ล ง ท า ง

รีวิวท่องเที่ยว,สถานที่ท่องเที่ยว

สาละวิน… จากลุ่มดอยสู่ป๋ายดอย ฮ่วมแบ่งปั๋นความอบอุ่น

  •  

อ่านชื่อแล้วอาจจะงงๆไปสักหน่อย ว่าทริปนี้ของผมคือหมายถึงอะไรกันแน่ ?การเดินทางของผมในครั้งนี้ เป็นทริปที่ ‘กึ่งเที่ยวกึ่งทำบุญ’ เลยครับ เป็นความตั้งใจของผมที่อยากร่วมโครงการที่ทาง #วัดต่างๆในจังหวัดลำปาง และ #วัดสาแพะ จัดขึ้น เป็นโครงการดีๆ ที่เราจะขึ้นไปร่วมทำบุญ นำสิ่งของไปบริจาคและผ้าห่มไปมอบให้แก่ชาวเขาที่อยู่ในที่ที่ห่างไกล ซึ่งคำว่า #ห่างไกล ของผมในที่นี้ คือห่างไกลมากกกกกกกกจริงๆครับ แทบจะอยู่สุดขอบของแม่สะเรียงกันเลย เรียกว่าเป็นที่ที่ไม่มีใครที่จะคิดเข้าไป หรือแม้แต่คนในนั้นก็แทบจะไม่เคยออกมา เพราะด้วยระยะทางที่ไกลมาก แล้วลักษณะเส้นทางเอง ก็บอกไม่ได้เลยว่ามันคือ ‘ทาง’ ที่ใช้สัญจรไปมากันจริงๆ ถ้าพูดถึงแม่ฮ่องสอน แน่นวลลลลว่าเป็น จังหวัดที่ไกลมากครับ ไกลจนบางทีรู้สึกว่าอะไรจะไกลขนาดนั้น ขับรถยังไงก็แล้วไม่ถึงง่ายๆสักที มองหลักกิโลแบบตาละห้อย 5555+ ทุกครั้งที่มาแม่ฮ่องสอน ผมรู้สึกเหมือนเข้ามาอยู่ในอีกโลกนึงเลย คือเป็นจังหวัดที่ไม่หมุนตามโลกจนเกินไป ยังคงมีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบชาวบ้านๆให้สัมผัสมากมาย เหมือนเช่นครั้งนี้เลยครับ จุดหมายปลางทางของเราอยู่ที่ #หมู่บ้านห้วยโป่ง#หมู่บ้านโพซอ#หมู่บ้านอีหลู่ โหววววได้ยินชื่อคือนึกไม่ออกเลยครับว่าอยู่ตรงไหนของประเทศไทย คือนอกจากการเดินทางจะแสนยากลำบากมากแค่ไหน อยู่ไกลยังไง แต่เมื่อถึงคือมันเป็นความรู้สึกอบอุ่นใจที่บอกไม่ถูกจริงๆ ชาวบ้านทุกคนถึงแม้อยู่ที่นี่จะไม่ได้สุขสบาย และไม่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเท่าเรา แต่สิ่งนึงที่ชาวบ้านเหล่านี้มีให้ คือความน่ารัก และรอยยิ้มที่ทำให้พวกเราที่เดินทางไป สุขใจและหายเหนื่อยเป็นอีกครั้งที่ผมได้ไปในที่ที่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้มาก่อน นอกจากธรรมชาติที่สวยงามตลอดเส้นทางแล้ว ความธรรมดาๆของวิถีชีวิตที่ไม่ถูกปรุงแต่ง และความตั้งใจในการทำงานช่วยสังคมของพระท่านที่ยกขบวนกันมาจาก จ.ลำปาง มันกลายเป็นความสัมพันธ์อีกรูปแบบนึง ระหว่างพระและชาวบ้านที่ผมรับรู้และรู้สึกได้จริงๆว่าแล้วเราก็ตามมาเที่ยวและทำบุญไปพร้อมกันเลย กลับมาครั้งนี้ผมเอาบุญมาฝากทุกๆคนกันด้วยนะครับบบบ 🙂

#เริ่มต้นออกเดินทาง : พวกเราเริ่มต้นที่ จ.ลำปาง เลยครับ ออกกันแต่เช้าตรู่ เตรียมของกันให้พร้อมไปกันหลายคันรถทีเดียวววว
#สวนสนบ่อแก้ว : กว่าเราจะมุ่งหน้าไปถึงยังแม่สะเรียง แน่นอนเลยครับว่า เราจะต้องผ่านนั่นผ่านนี่มากมาย รวมทั้งเชียงใหม่ ที่ก็เป็นทางผ่านของเรา การแวะเที่ยวบ้างระหว่างทาง มันก็เป็นอะไรที่เติมเต็มการเดินทางของเราให้มันสมบูรณ์แบบมากขึ้น ชอบตรงไหนก็แวะๆๆๆ แวะไปตามใจ แต่อย่าแวะเยอะแวะนานจนออกนอกเส้นทางไปไกลนะครับ อันนั้นไม่เรียกแวะ 5555+

ผ่านเชียงใหม่ทั้งที ก็ขอแวะที่สวนสนบ่อแก้วกันเสียหน่อย บรรยากาศดูสงบ และสดชื่นมากครับ คนน้อยยยย วิ่งเล่นสบายใจเลย ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ใครหลายๆคนเคยมากันแล้ว แต่สำหรับผม….มาเชียงใหม่ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ไม่เคยแวะมาตรงนี้เลยสักที นี่พลาดไปได้ไงกันนน
มุมนี้ลังเลอยู่นานว่าจะไปถ่่ายรูปคู่ด้วยดีมั้ย คิดไปคิดมาเกรงใจ มันจะเข้ากับหน้าผมมั้ย ทำไรเกรงใจหนวดผมด้วย 55555+
มาที่นี่มีรถสองแถวนั่งมาถึงได้เลยนะครับผม
#เส้นทางสู่จุดหมายปลายทาง : เป็นอะไรที่ต้องใช้ความสามารถและใช้เวลาในการขับรถนานมากครับ คือทางจะเป็นหลุมเป็นบ่อและทางลูกรังตลอดเส้นทาง แถมยังต้องขับทางแบบนี้ขึ้นวนเขาไปอีก ลุยน้ำ ลุยทุกอย่าง เรียกว่ามาทริปเดียว ได้แอดเวนเจอร์ครบทุกรสชาติ วิ่งกันฝุ่นตลบอบอวลเลย 5555+
#ธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง : ข้อดีของการที่อยู่ห่างไกลและเข้ามายากลำบากบ้าง คือทำให้ไม่ถูกมนุษย์เข้ามารุกล้ำทำลาย หรือดัดแปลงธรรมชาติิพวกนี้จนมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหมือนอย่างสถานที่ท่องเที่ยวดังๆหลายแห่ง กลายเป็นแบบนั้น จนความ Real มันหายไป

มาที่นี่ผมชอบในความดิบๆความเดิมๆของธรรมชาติมากครับ ไม่ได้เว่อร์วังอลังการ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กลับมาอยู่บ้านที่สงบๆ หลังใหญ่ๆหลังนึง
#อาหารการกิน : มาต่างถิ่นแบบนี้ ก็จะมีอาหารพื้นบ้านๆ ที่คนที่นี่เค้ากินกัน แต่ด้วยความที่ผมไม่กินเผ็ด ก็สู้ความเผ็ดไม่ไหวจริงๆครับ ขอแค่ข้าวกับน้ำปลาง่ายๆ เป็นอันว่าพอ เราต้องกินเพื่ออยู่ครับ นาทีนี้อย่าอยู่เพื่อกิน 5555+
นี่เลยครับ หน้าตาอาหารอันโอชะที่คนอื่นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนผมหรอครับ…ตักเข้าปากไป ร้องไห้หาแม่แน่นอนเลย เผ็ดจริงอะไรจริง 5555+
#มุมน่ารักๆของชาวเขา : ชาวเขาที่นี่ ล้วนแล้วแต่พูดภาษาไทยกันไม่ได้เลยนะครับ ด้วยความที่ไม่เคยเข้าเมืองเลย ใช้ชีวิตอยู่แต่ที่ชายแดน ซึ่งไม่เคยพบเห็นว่าโลกภายนอกอยู่นอกป่า โลกที่เริ่มมีถนนลาดยางกั้นระหว่างป่าเเละเมืองคืออะไร ก็จะพูดได้แต่ภาษาของตัวเอง เรามากันครั้งนี้ก็ต้องมีล่ามมาคอยแปล

ชาวบ้านที่นี่จะน่ารักมากครับ อย่างคุณป้านี้ จริงๆคุณป้าเองร่างกายเป็นคนแคระนะครับ เลยอาจจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาร่วมวงพูดคุยหรือเล่นกันกับพวกเราและเด็กๆ เห็นเด็กๆในหมู่บ้านเล่นกันสนุกสนาน ก็แอบมายืนดูอยู่มุมเล็กๆตรงนี้
ตกดึก พวกเราก็เตรียมตัวทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านกันครับ หลวงพี่ท่านก็มาพูดคุยสาระทุกข์สุกดิบกัน
เด็กๆที่นี่น่ารักมากกกกครับ กลายเป็นผู้ชายรักเด็กไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 5555+ ดีที่เด็กไม่กลัวผม ค่ำคืนนี้เราก็มีกิจกรรมเล่นกันสนุกสนานมากครับ
จบจากที่นึง เราก็มุ่งหน้าไปยังอีกที่นึง ยังหมู่บ้านถัดไป ที่เราจะไปเยือนกัน
ตะกร้านี้ ชาวบ้านจะเอาไว้ใช้ใส่ของ อารมณ์เหมือนเราใช้กระเป๋าเลยครับ แต่อันนี้คือมีวิธีสะพายที่แปลกมาก ตอนแรกผมก็งงๆ ใช้ยังไง นี่เลยครับ พระท่านมาสาธิตใส่ให้ดูเลย น่ารักมั้ยครับบบ 🙂
#เพราะความเชื่อจากใจ : ชาวเขาที่นี่ ล้วนแล้วแต่พูดภาษาไทยกันไม่ได้เลยนะครับ ด้วยความที่ไม่เคยเข้าเมืองเลย ใช้ชีวิตอยู่แต่ที่ชายแดน ซึ่งไม่เคยพบเห็นว่าโลกภายนอกที่อยู่เลยต้นไม้สีเขียวและภูเขาสูงๆไปหน้าตาเป็นยังไง โลกที่เริ่มมีถนนลาดยางกั้นระหว่างป่าเเละเมืองคืออะไร ก็จะพูดได้แต่ภาษาของตัวเอง เรามากันครั้งนี้ก็ต้องมีล่ามมาคอยแปล

หลวงพี่บอกกับผมว่า ชาวบ้านที่นี่เหมือนผ้าขาวกันทุกคน คือเราบอกอะไร สอนอะไรเค้าก็จะเชื่อ ก็จะทำตาม คือถ้าสอนให้เคัารู้จักสีขาว เค้าก็จะเป็นสีขาวอย่างหมดจรด แต่เราสอนให้เค้ารู้จักสีดำ เค้าก็จะเชื่อทั้งหมดว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ

เวลาที่ทางวัดมาดูแลความเป็นอยู่ ช่วยเหลือบริจาคของที่ต้องใช้ บรรดาพระและหลวงพี่ทั้งหลาย ก็จะพยายามสอนสิ่งต่างๆให้เค้า สอนแต่ความคิดแง่บวกป้อนให้ไป

เช่นเรื่องนึงที่ผมชอบมากครับ คือพระท่านก็ปลูกฝังให้ชาวบ้านรักธรรมชาติ และหวงแหนให้มากๆ จึงสอนให้มีการ #บวชน้ำ แต่ว่าการบวชน้ำ คืออะไร ? คือการที่ชาวบ้านจะดูแลรักษาต้นน้ำอย่างดี รวมไปถึงสัตว์ที่อยู่ในน้ำด้วย ปลาทั้งหลายจะไม่มีการจับมากินมาขายแต่อย่างใดครับ มันจะว่ายไปว่ายมาอยู่ในแม่น้ำลำธารเยอะมาก ต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ทั้งหลาย สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยที่มีชาวบ้านดูแล เพราะเค้าเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ดีและควรทำตามที่พระท่านสอนเสมอๆ
#บ้านพ่อเฒ่า : คิดง่ายๆก็อารมณ์เหมือนผู้ใหญ่ประจำหมู่บ้านเลยครับ เป็นคนที่สามารถฟังแล้วก็พูดไทยได้เพียงไม่กี่คนในที่นี่เลยครับ เรามาแล้วก็มาแวะพูดคุยกัน แล้วก็ได้ความมาว่า มีพระมารอบนี้ ชาวบ้านก็ตั้งใจที่จะกฐินกัน เพราะปกติแล้วที่นี่จะไม่มีพระประจำอยู่เลยครับ เลยไม่ได้ทำพิธีหรืองานบุญอะไร วันนี้ก็เลยเตรียมข้าวของมาทอดกฐินกันทั้งหมู่บ้าน ใครมีอะไรก็ช่วยๆกัน น่ารักสามัคคีดีมากเลยครับผมมม
มาแล้วครับบบ ขบวนกฐิน ยกขบวนกันมาแล้ว
#สิ่งที่ต้องการก็แค่เพียงปัจจัย4 : เคยคิดมั้ยครับ ว่าชีวิตเราทุกวันนี้ มีความต้องการอยากได้อยากมีมากมายจนบางอย่างก็เกินความจำเป็นไปไกลมาก

แต่ในที่ที่ห่างไกลความเจริญและแสงสีแบบนี้ แค่ปัจจัย 4 จริงๆครับที่ชาวบ้านต้องการ ยิ่งอยู่ในที่ีที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นมากแบบนี้ #ผ้าห่ม คือสิ่งที่จำเป็นมาก เสื้อผ้าข้าวของใช้พื้นฐาน แค่นั้นเองเลยครับ

ชาวบ้านที่ได้รับไปก็มีความสุข เราเป็นผู้ให้ก็สุขใจเช่นกัน อุ่นทั้งกายอุ่นทั้งใจถ้วนหน้า
เด็กๆที่นี่น่ารักและร่าเริงกันมากครับ พอเห็นว่ามีคนมาแวะเยี่ยมเยียนก็ดูมีความสุข และมีแต่รอยยิ้มแบบนี้ให้เราทุกคน
#ปล่อยความทุกข์ความเศร้าไปกับโคมลอย : กิจกรรมยามค่ำคืนของเรา คือการมาร่วมปล่อยโคมลอยตามความเชื่อของชาวเหนือกันครับ ทิ้งทุกข์ให้ลอยไปไกลๆ เหลือไว้แต่ความสุขที่จะอยู่กับเรา
ตกดึกแล้วอากาศเริ่มหนาวเย็น เราก็เริ่มก่อกองไฟสร้างความอบอุ่นกันหน่อยครับ
ตื่นเช้ามาก็มาวิ่งเล่นยามเช้า หามุมเก็บภาพกันหน่อยครับ
เช้านี้เราก็ทำอาหารกันแบบง่ายๆครับ นั่งกินกันท่ามกลางทุ่งนา แหม…วิวดีเชียวววว
#นอนกลางดินกินกลางทุ่งนา : มาป่าเขาแบบนี้ การนอนเต๊นท์้เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงธรรมชาติได้ดีที่สุด จริงๆจะมีที่ให้นอนข้างในโรงเรียนด้วยนะครับ แต่ตรงนั้นก็จะมีน้องๆเด็ก และพระเณรท่านอื่นไปนอนกัน ส่วนผมก็ขอมากางเต๊นท์นอนตรงทุ่งนา บรรยากาศดีหลับสบาย

แต่สิ่งนึงที่ผมลืมบอกไป คือที่นี่จะไม่มีสัญญานโทรศัพท์ใดๆเข้าถึงเลยนะครับ คือว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจริงๆ เว้นถ้าเรานอนในเขตโรงเรียน ก็จะพอมี Wi-Fi ให้ได้ใช้กันบ้าง นอนนั้นก็วางมือถือกันนิ่งๆเลยครับ ทำอะไรไม่ได้เลย 5555+
นี่เลยครับ บรรดาน้องควายทั้งหลาย จำได้ว่านอนหลับอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งดังไปมา

ลืมตามา โอ้วววว มีแต่ควายยืนล้อมเต็นท์เต็มไปหมดเลยครับบบบ จำได้ว่าตอนไปป่าสนวัดจันทร์ เจอป้ายเขียนไว้ ว่าให้ระวัง #เป้อหน่า มาทุกวันนี้ยังจำได้แม่นนน ขึ้นใจเลยครับ 5555+
ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่นี่ยังมีให้ได้เห็นกันนะครับ แต่สภาพอาจจะใช้งานไม่ได้ไปหน่อย 5555+
#ก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา : เห็นประโยคนี้ อย่าเพิ่งร้องออกมาทั้งเพลงกันนะครับ เด่วจะยิ่งสูงยิ่งหนาวกันไปหมด 5555+

ระหว่างทางกลับ พวกเราก็มีแวะดื่มกาแฟ ที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ผมว่าใครที่เคยมาแถวนี้ หรือเคยมาเที่ยวที่พระธาตุดอยกองมู น่าจะคุ้นตากับร้านกาแฟร้านนี้ ที่วิวอลังการเป็นอย่างดีแน่นอน ยิ่งถ้าแวะมาก่อนช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะลับสายตาเราไปแบบนี้ จะสวยงามที่สุด ทั้งแสงอาทิตย์ และวิวภูเขา ทุกอย่างลงตัวจนอยากนั่งอยู่แบบนี้ ไม่ไปไหนเลยครับ เพลินดีจริง
จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ที่ดีงามอีกจุดนึงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ ผ่านไปผ่านมา ลองแวะมากันนะครับ
ผมขอลาภาพสุดท้ายของทริปไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของวันนี้เลยแล้วกันนะครับ

การเดินทางครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่การมาที่ยิ่งใหญ่อะไร แต่การได้มามอบความสุข ให้กับคนที่เค้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป แม้เพียงเล็กน้อยที่เราพอจะทำได้ ก็ทำให้คนที่ได้รับ มีรอยยิ้มที่มีความสุขส่งคืนกลับมาให้เรา ยังมีคนที่มากที่ยังคงคลาดแคลน ซึ่งทางวัดเองก็จะยังคงเดินหน้าโครงการช่วยเหลือชาวเขาในที่ห่างไกลกันต่อไป โดยจะวนเวียนหาหมู่บ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ วนกันไปเรื่อยๆนะครับ

ถ้าใครที่สนใจอยากร่วมบริจาคสิ่งของ/ปัจจัยเล็กๆน้อยๆ สามารถติดต่อได้ที่ fanpage : ดอยฟ้างาม บ้านสาแพะ ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ได้เลยนะครับ

จะได้รวบรวมสิ่งของกันคนละเล็กละน้อย แล้วนำไปมอบให้ชาวบ้านต่อไป เรามาร่วมกันแบ่งปันกันเยอะๆนะครับ ในครั้งนี้เราก็คงอิ่มบุญสุขใจกันถ้วนหน้า ในโอกาสหน้าถ้ามีทริปทำบุญที่น่าสนใจ ผมจะมาชวนทุกคนไปด้วยกันกับผมเลยครับ 🙂


  •