ค น ห ล ง ท า ง

รีวิวท่องเที่ยว,สถานที่ท่องเที่ยว

อีกครั้ง ณ ลำปาง…ดอยจิกจ้องฆ้องคำ เสน่ห์ขุนเขาแห่งเมืองปาน พิชิตเส้นทางสู่แดนศักดิ์สิทธิ์

  •  

อีกครั้ง ณ ลำปาง…ดอยจิกจ้องฆ้องคำ
เสน่ห์ขุนเขาแห่งเมืองปาน พิชิตเส้นทางสู่แดนศักดิ์สิทธิ์

————
#ลำปาง เป็นจังหวัดที่ผมมีโอกาสได้กลับมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็นับไม่ได้แล้วครับ ที่นี่เป็นจังหวัดที่ผมมากี่ครั้งก็รู้สึกว่า เฮ้ย! เที่ยวไม่เคยหมดสักทีจริงๆ

เริ่มจากเที่ยวแบบไม่ประสีประสา จนได้มารู้จักผู้คนในลำปาง และกลายเป็นมิตรภาพดีๆที่เกิดขึ้น จนรู้จักกันมาจนทุกวันนี้ อย่างเช่น #หลวงพี่สายันต์ จากดอยฟ้างาม ก็กลายเป็นอีกหนึ่งท่านที่ผมมีโอกาสได้ออกเดินทางร่วมกันกับท่านอยู่บ่อยๆ และนำพาผมไปพบกับประสบการณ์ดีๆที่ทำให้ผมประทับใจได้ทุกๆครั้ง

หลายครั้งหลายหนที่ผมได้ออกเดินทาง
ไม่ว่าจะไปเที่ยวแบบสบายๆ หรือไปป่าไปเขาก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่าตัวผมเองหรือแม้แต่ใครหลายๆคน ก็อาจจะเอาวิวดีๆที่เราฝันถึงว่าจะไปเจอเป็นที่ตั้ง อารมณ์ประมาณว่า ‘เอาวะ ไปที่นี่จะต้องได้เห็นวิวแบบนี้!’

แต่ครั้งนี้เป้าหมายของผมมันเปลี่ยนไป ผมมองข้ามความสำคัญของวิว ไปโฟกัสที่ความรู้สึกบางอย่างที่เราจะได้จากมันแทน #ดอยจิกจ้องฆ้องคำ ณ วัดทุ่งส้าน แห่งเมืองปาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันสักเท่าไหร่ แต่พูดตรงๆครับ ว่าแค่ได้ยินชื่อดอยก็น่าสนใจแล้วจริงๆ แปลกหูและไม่เหมือนใคร

ถามว่าที่นี่มีอะไรพิเศษต่างจากที่อื่นอย่างไร ?
ทำไมผมถึงเรียกว่าเป็น #เส้นทางสู่แดนศักดิ์สิทธิ์

นั่นก็เพราะด้านบนของภูเขาแห่งนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เราเคารพบูชา เดินทางขึ้นมาเพื่อสักการะและได้อิ่มบุญอิ่มใจกลับไป ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายและความเชื่อต่างๆ ผมว่ามันดูน่าสนใจและเป็นอะไรทีเราจะได้มากกว่าการเดินป่าธรรมดาๆ แล้วถ้าพูดถึงธรรมชาติที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ แถมถ้ามาถูกจังหวะก็ยังมีทะเลหมอกให้ได้ดูกันอีก ด้วยระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ที่ชันมาก ถึงแม้ที่นี่จะยังไม่ขึ้นชื่ออะไร แต่บอกเลยว่า ความชันไม่แพ้ใครเลยครับ 5555+ ผมเองก็เดินอยู่ 5-6 ชม.เห็นจะได้ เหนื่อยหอบเป็นพักๆ

ถ้าใครอยากหาที่ไป แบบลองหาที่ใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร ผู้คนไม่เยอะพลุ่กพล่าน เหมือนอย่างที่อื่นๆ ไม่ต้องรอจองคิวยาวๆ จองยากเย็นให้วุ่นวาย ผมแนะนำให้ลองมาสัมผัสที่นี่กันดูครับ

————

#ติดต่อการเดินทางสู่ดอยจิกจ้องฆ้องคำ
วัดทุ่งส้าน โทร 086-195-5213, 081-166-2006

การเดินทางของผมในครั้งนี้ เราจะเริ่มต้นกันที่ #วัดทุ่งส้าน นะครับ ที่นี่จะเป็นผู้ดูแลการเดินทางขึ้นสู่ดอยจิกจ้องฆ้องคำ มาถึงก็ติดต่อวัดให้เรียบร้อย หรือจะให้ดีก็โทรมาแจ้งล่วงหน้าสักนิดนึงครับ
มาถึงเตรียมข้าวของเสร็จแล้ว เราก็จะนั่งรถไปลงตีนเขากันครับผมมมม พร้อมกันรึยังครับ ?
ระยะทางในการเดินของดอยจิกจ้องฆ้องคำ จะอยู่ที่ประมาณ 5 กิโลนะครับ ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป เหมาะสำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้น อยากลองเดินดูสักครั้ง แต่ทางค่อนข้างชันมาก ฟิตร่างกายมาสักหน่อยจะดีมาก
ที่นี่จะมีศักดิ์สิทธิ์ตามรายทาง ให้เราได้แวะได้ไหว้กันเป็นสิริมงคลเลยครับ มาที่นี่นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ได้ออกเดินทางแล้ว การมาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ เราก็จะได้พึงนึกถึงการปฎิบัติตัวที่ถูกต้องไปด้วย

เหล้าเอย…เบียร์เอย จะได้งดกันนะครับ มาแบบสัมผัสธรรมชาติด้วยใจล้วนๆ
เริ่มต้นก็สภาพดูดี แต่ถ้าเดินไปเรื่อยๆ จะไม่ใช่สภาพนี้นะครับ 55555+
ต้องเกริ่นก่อนเลยว่า พี่คนนี้เป็นลูกเพจผมที่ไปจะดอยฟ้างาม วันนี้หลวงพี่จากดอยฟ้างาม ท่านก็บอกว่าผมจะเดินทางไปดอยจิกจ้องกับท่าน ก็เลยชวนมาเดินด้วยกัน

การได้ยินว่ามีคนติดตามรีวิวแล้วก็ออกเดินทางไปยังที่ที่ผมไปฟังแล้วก็รู้สึกดีและมีกำลังใจในการจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของผมต่อไป ไม่เพียงแต่พี่คนนี้นะครับ ผมเองก็อยากขอบคุณทุกๆคนเช่นกันด้วยนะครับบบบ

ระหว่างทางที่เราเดินขึ้นเขากันนั้น ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเล็กน้อยครับ บังเอิญว่าพี่คนนี้โดนพลาสติกบาดมือ หลวงพี่ท่านเลยใช้สมุนไพรที่หาได้จากในป่า มาบดให้ละเอียดๆ แล้วประคบลงที่แผล เห็นทีว่าผมจะต้องศึกษาเรื่องสมุนไพรแบบนี้บ้างแล้ว เพราะเวลาเราไปป่า อาจจะมาพกยาอะไรเยอะแยะไปก็ไม่สะดวก รู้จักสมุนไพรพื้นบ้านๆไว้บ้าง ก็ช่วยได้ดีนะครับเนี่ย
สมุนไพรที่ใช้ห้ามเลือดนี้ เรียกกันว่า ‘ใบสาบเสือ’ นะครับ มีสรรพคุณทางยาเยอะมาก รู้จักไว้ไม่เสียหาย มีประโยชน์มากในยามที่เราต้องมาเดินป่าแบบนี้
การมาที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆนะครับ คนนำทางก็ไม่ต้อง เพราะเส้นทางเดินขึ้นนั้น เป็นทางเดินที่ชัดเจน เราสามารถเดินขึ้นเองไปจนถึงยอดได้สบายมากครับ

ส่วนเรื่องเงิน เราก็หยอดตู้ช่วยเหลือวัดได้ตามศรัทธา เป็นการช่วยทำนุบำรุงศาสนาไปในตัวครับผม
เหล่าสมาชิกของผมในทริปนี้ครับบบ
เดินมาเรื่อยๆตามทาง ก็มาเจอกับ #ฤาษีหัวเสือ แลดูน่าเกรงขามดีทีเดียวครับ เดินผ่านก็แวะไหว้สักการะกันสักหน่อย
เดินครับเดินกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยๆเราก็แวะพัก
เดินกันตั้งแต่บ่ายโมง มาถึงก็ห้าโมงเย็นกว่าๆ เห็นจะได้ครับ ในที่สุดเราก็มาถึงยอดกันแล้วววว

หลังจากเหนื่อยกันมา เราก็เดินเล่นกินลมชมวิวกันให้เต็มที่ครับ วิวภูเขาสุดสายตา รอชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกัน สุขใจเกินจะบรรยาย
พระอาทิตย์เริ่มตกดิน ได้เวลาที่เราจะต้องบอกลาวันนี้ที่กำลังจะหมดไปกันแล้ว…
ด้านบนนี้จะมีศาลาอยู่นะครับ คืนนี้เราจะกินนอนกันที่นี่ โชคดีที่วันนี้มีการเปิดศาลา พวกผมจึงเข้าไปนอนในศาลาได้ หากมาแล้วไม่ได้เปิด ก็สามารถกางเต๊นท์ได้รอบๆเลยครับ จะมีที่ให้ทำอาหาร เป็นเพิงสังกะสี ปิ้งย่างต้มได้ตามใจ มาแล้วก็เตรียมวัตถุดิบกันให้มาพร้อมได้เลยยยย
ในศาลานี้จะมีพระพุทธรูปอยู่นะครับ นอนใกล้พระก็อุ่นใจนะครับ 5555+ ถึงแม้รอบๆจะมืดมากกกก ก็ได้บรรยากาศไปอีก
มาละครับ ไคลแมกซ์มันอยู่ตรงห้องน้ำนี่แหละครับ 55555+

หลายคนคงคุ้นชินกับการเดินป่า เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วมักจะไม่มีห้องน้ำห้องท่าให้เราได้อาบน้ำทำธุระส่วนตัวกัน แต่มาที่นี่มีนะครับบอกไว้เลยยยย

แต่อาจจะมืดไปสักหน่อย วิเวกวังเวงเล็กน้อย มีเพียงห้องน้ำ และเทียนหนึ่งเล่มให้นั่งขับถ่ายกันอย่างสบายใจ อาจจะเย็นวูบวาบนิดหน่อย ถ้าใครกลัวก็ชวนเพื่อนมายืนเป็นเพื่อนได้นะครับ ก็เลือกเอาว่า จะยืนข้างนอกคนนึง แล้วเข้าห้องน้ำคนนึง หรือจะพากันมายืนในห้องน้ำทั้งสองคน ยืนหันหลังให้กันคนละมุม แบบไหนจะดีกว่ากัน 5555+
ดึกแล้ว ค่ำคืนนี้ท้องฟ้ามืดมาก ดาวก็ขึ้นมาชัดนับจำนวนกันไม่หวาดไม่ไหวเลย
เช้าแล้ว วันนี้อาจจะไม่มีหมอก เพราะลมแรงมากครับ แต่ยังไงก็ยังคงสวยงามในแบบที่มันเป็น มีเพียงหมอกจางๆ ที่รับแสงตะวัน ดูอบอุ่นรับอรุณ ส่วนใครถ้ามาในวันที่อากาศเป็นใจ ทะเลหมอกจะลอยฟ่องต้อนรับคุณยามตื่นมาแน่นอนครับ
เช้าวันนี้หลวงพี่ท่านดูแลพวกเราอย่างดีครับ ทำอาหารเช้าให้ทุกคน และก็ยังทำข้าวหลามแบบง่ายๆให้เราได้กินกันอีกด้วยครับผม ทำกันสดๆ หาตัดไม้ไผ่กันแถวนั้นเลยยยย
อุปกรณ์พวกนี้ บนดอยนี้เค้ามีให้นะครับ ไม่ต้องขนกันมา มาหยิบยืมใช้กันได้เลยแค่ไม่ขนกลับบ้านไปด้วยก็พอ 5555+
อิ่มแล้วเรามาเดินเล่นกันครับ
นี่คือหลวงปู่จิกจ้อง เป็นที่มาของชื่อดอยนั่นเองครับผม
คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับคุณป้าประจำทริปของผม ที่ไปด้วยกันบ่อยๆครับ
ไฮไลต์ของที่นี่ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ #ว่านลินคู้ นี่เลยครับ มีความเชื่อกันว่าเป็นว่านศักดิ์สิทธิ์ประจำดอยจิกจ้อง สามารถช่วยกันเพศภัยอันตรายต่างๆได้ด้วย ถือเป็นของหายากอีกหนึ่งอย่างเลย
เริ่มจะหิวกันอีกรอบแล้ว มาทำอะไรกินกันสักหน่อยครับ เติมพลังก่อนจะต้องเดินลงเขา
มาที่นี่ก็ต้องไหว้พระขอพรกันสักหน่อย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆจะได้คุ้มครองให้การเดินทางราบรื่นปลอดภัยนะครับบบ
จบทริปสั้นๆ แบบมาได้ไม่ยากจนเกินไป เพียงแค่ 2 วัน 1 คืน ก็ขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ได้ และเต็มไปด้วยความสงบของธรรมชาติ

ลองออกมาใช้เวลา ใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่แตกต่าง ไม่จำเป็นว่าเราต้องไปแต่ที่ดังๆ ไปแย่งกันเที่ยว แย่งกันจอง มองไปทางไหนก็มีแต่คนๆๆๆ มองไปไหนก็หัวดำๆมากมายเต็มไปหมด ซึ่งมันคงทำให้การเที่ยวของเราลดความสนุกและสุขใจลงไป ไม่ได้ซึมซับอะไรอย่างเต็มที่ #เราเที่ยวเพื่อหนีความวุ่นวาย ก็อย่าพาตัวเราเข้าไปในที่ที่ไปแล้วมันวุ่นวายเลยใช่มั้ยครับ

ลองมองหาที่ใหม่ๆ ที่ไหนก็ได้ที่เราคิดว่า #ไปแล้วสุขใจ #ไปแล้วสบายใจ ผมว่าเราจะได้รับความสุขจากสถานที่นั้นๆได้ไม่ยากเลย

ติดตามการเดินทางของ #คนหลงทาง ได้ในทริปหน้านะครับ เริ่มจะหมดช่วงของการเดินป่าแล้ว ผมอาจจะพาทุกคนไปเปลี่ยนบรรยากาศแนวทะเลๆดูบ้างก็ได้นะครับ 🙂

#LostInDoiJikJongKongKam2017


  •