ค น ห ล ง ท า ง

รีวิวท่องเที่ยว,สถานที่ท่องเที่ยว

China Trip – Fenghuang [เฟิ่งหวง] – Zhangjiajie [จางเจียเจี้ย]

  •  

เที่ยวจีนแบบหลงๆ งงๆ แต่รอด!

ทริปตามรอยที่เที่ยวในฝัน
สัมผัสวัฒนธรรมเมืองจีนโบราณ & อลังการวิวภูเขา

——-

เที่ยวจีน ใครๆก็บอกว่าเที่ยวง่าย
เที่ยวได้ ไม่ต้องง้อทัวร์!!
สำหรับผม…ถามว่าจริงมั้ย ??
มันก็จริงนะครับ รสชาติชีวิตมันอยู่ตรงที่
บางสถานการณ์ก็ได้ลองมั่ว ลองหลง
เดินต่อคิวไปมาแบบงงๆ บ้างก็เท่านั้นเอง 5555+
.
.
หลายๆคนที่ถ้าอยากเริ่มเที่ยวต่างประเทศ
ก็มักจะเลือกประเทศจีนเป็นทริปในการเปิดโลกกว้าง
ด้วยงบที่ไม่แรง และเป็นประเทศที่ไม่ไกลมากนัก
บวกกับธรรมชาติ / ที่เที่ยว / วัฒนธรรม ก็เด็ดสุด
เหมาะมากจริงๆ ที่จะหาเวลาแบกเป้มาเยี่ยมเยียน
ณ จีนแผ่นดินใหญ่แห่งนี้
.
.
สำหรับทริปจีนในครั้งนี้ ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวกัน
ที่ #เฟิ่งหวง และ #จางเจียเจี้ย ควบ 2 เมืองกันไปเลย
เราจะมาเดินชมความสวยงามของเมืองจีนโบราณ
ที่มีมุมถ่ายรูปสวยๆ และวิวดีงามที่ ‘เฟิ่งหวง’
ส่วน ‘จางเจียเจี้ย’ หลายคนคงแบบ เห้ยยย!!
ที่นี่คนก็ไปมาเยอะแล้วนะ แต่เชื่อเถอะครับ
จางเจียเจี้ยของผมจะไม่เหมือนใคร…ของคนอื่นไปกัน
โหวววว อลังการสุด…ส่วนของผมนั้น…5555+
ยังไม่บอก ให้รอชมกันเอง
.
.
บางคนอาจจะกังวลว่ามาจีนจะเป็นยังไงกันนะ
จะเที่ยวยากมั้ย จะคุยกับคนจีน จะสื่อสารกันยังไง
บอกเลยครับว่า…มาแบบงงๆ หลงๆ แบบผมยังรอด
ทุกคนก็รอดครับ 5555555+

——

#การเดินทางไปจางเจียเจี้ย
– ขึ้นเครื่องจากไทย มาลงที่เมืองฉางซา
— หาต่อรถบัสจากสนามบินฉางซา ประตู 4
เพื่อไปลงที่ Changsha West Bus Station

— หารถบัสต่อจากท่ารถ ไปลงที่จางเจียเจี้ย
(คนละ 119 หยวน) นั่งประมาณ 4 ชั่วโมง
— เข้าที่พัก : Zhangjiajie Yijiaqin Hotel (500-600 บาท)
— เดินจากที่พักไปท่ารถบัส 10 นาที เพื่อขึ้นรถไป
อุทยานอู่หลิงหยวน

#การเดินทางไปเฟิ่งหวง
— นั่งรถบัสจากจางเจียเจี้ย ไปลงที่เมืองเฟิ่งหวง
นั่งประมาณ 3 ชั่วโมง (คนละ 80 หยวน)
— เข้าที่พัก : Yinji Inn (คืนละ 1,800 บาท)

— สามารถเช็ครอบรถบัสในจีนและราคาได้ที่
www.chinabusguide.com/

— Internet ใช้ Pocket Wifi ของ Easy Wifi
ค่าบริการ 6 วัน 1700 บาท แชร์มือถือได้ 4 เครื่อง
ถ้าเที่ยวจีนแนะนำอันนี้เลยครับ เน็ตแรงจริง
วิ่งดีไม่มีตก มาหลายคนหารกันไป คุ้มๆดี
ที่สำคัญเล่น Line เล่น Facebook ได้ปกติ
ไม่มีโดนบล็อคนะครับบบ…

เริ่มต้นทริปกันด้วยการเยือนที่เมืองจางเจียเจี้ยกันก่อนเลยครับ สำหรับวิธีการเดินทางจากฉางซามาที่นี่นั้น สามารถดูได้ที่หน้าโพสเลยนะครับ อาจจะหลายต่อหน่อย มาถึงก็ช่วงเย็นๆ พอดี ก็เข้า Check in ที่พักและออกไปเดินเล่นรอบๆ หาอะไรกินกันดีกว่า…
 

บรรยากาศ Night Life ในจีนนี้เป็นอะไรที่มีเสน่ห์ มองไปทางไหนก็มีแสงสีจากไฟที่ชวนให้ดูคึกคัก
 

หลังจากที่เราพักผ่อนนอนเก็บแรงกันในเมืองจางเจียเจี้ย เช้าวันต่อมาก็ต้องรีบตื่นกันให้ไว เพราะเราจะไปกันที่ ‘อุทยานอู่หลิงหยวน’ หรือที่คนไทยเรียกรวมๆกันว่า ‘จางเจียเจี้ย’ เหมือนชื่อเมืองนั่นแหละครับ ถือว่าที่นี่คือเป็นไฮไลท์เลย และถูกยกให้เป็นมรดกโลกด้วย

เป็นไงละครับ ดูคนซะก่อนนน 55555+ เอาจริงๆคือผมดันมาช่วงที่เป็นวันหยุดของคนจีนพอดี คนเลยเยอะมากๆ

มาถึงก็ไปซื้อตั๋วกันเลยครับ ค่าเข้าจะอยู่ที่คนละ 255 หยวน ซึ่งถ้าเราจะขึ้น Cable Way หรือเข้าชมจุดต่างๆ ก็จะมีเสียค่าเข้าเพิ่มอีก ไม่ใช่ซื้อตั๋วใบเดียวเข้าชมได้ทั้งอุทยานแบบบ้านเรา

มาเที่ยวจีนส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายจะมาหนักอยู่ตรงค่าตั๋วนี่แหละครับ ค่ากินค่าอยู่ราคาไม่ได้แพง

หลังจากที่ซื้อตั๋วเข้าแล้ว ผมก็เดินไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้น Cable Way กันต่อเลย การเที่ยวจางเจียเจี้ยจะมีให้เลือกระหว่างนั่งรถบัสขึ้นไปเที่ยวที่ละชั้นตั้งแต่ 1-9 กับขึ้น Cable Way ไปชั้น 9 แล้วนั่งรถบัสย้อนลงมาชั้น 1 ก็ได้

อย่างที่บอกครับ ว่าจางเจียเจี้ยเนี่ยใครมาก็อลังการ เห็นหุบเขาอวตารกันสวยงามเกินจะบรรยาย แต่ของคือมาผิดวันไปหน่อย (อาจจะไม่หน่อย 5555+) เพราะคนเพียบบบ!!

หุบเขาอวตารของผมเลยได้เเค่นี้ ฝ่าฝูงชนไปมิไหวเลออออ นั่งเข่าทรุดเข่าอ่อนกันอยู่แค่นี้ มองไรไม่เห็นเลยจริงๆ 55555+

ได้แต่มองตาปริบๆ เห็นอะไรไกลๆ อยู่ลิบๆ จนในที่สุดก็ยอมแพ้แล้วขอไปตั้งหลักกันที่จุดขึ้นรถบัส เพื่อเที่ยวย้อนลงไปเรื่อยๆ จากชั้น 9 ไปถึงชั้น 1

แต่ชีวิตผมมันไม่เคยง่ายครับ…

ลำพังแค่คนเยอะมาก ก็ใช้เวลาในการเที่ยวเยอะแล้ว โชคชะตายังจะมาเล่นตลกกับผมอีก พอลงจากชั้น 9 มาชั้น 8 แล้ว หันซ้ายหันขวา เจอคิวขึ้นรถบัสก็วิ่งไปต่อเลยครับ โหวคิวยาวมากกกกกกกกก ต่ออยู่นานกว่าจะได้ขึ้น พอได้ขึ้นแหมดีใจ…ถึงคิวเราแล้ว นั่งไปนั่งมา เอ๊ะ…ทำไมวิวมันคุ้นๆ โอ้โห ต่อแถวผิด!! พาวนกลับมาชั้น 9!!!

โอ๊ยยย เข่าแทบทรุด ที่ต่อคิวยาวๆมาเหมือนไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร นั่งวนชั้น 8 ชั้น 9 มันอยู่อย่างนี้ไปไม่ถึงไหนเลยครับ นี่ถ้ารีวิวนี้ออกก่อนหวยรอบนี้ รับรองลูกเพจจะได้เลข 89 จากผมแล้วถูกกันถ้วนหน้าแน่นอน

จนสุดท้ายนั่งวนจนไม่ไหว เมื่อไหร่จะถึงชั้น 1 มองนาฬิกาก็ปาไป 4 โมงเย็นแล้ว ยังนั่งรถบัสวนไปวนมาอยู่ เลยตัดสินใจเหมาแท็กซี่ลงไปเลยดีกว่า…คิดไปคิดมา นี่ก็น่าจะเหมาซะแต่แรกแล้ว 5555+

หลังจากเมื่อวานหมดแรงหมดพลังไปกับจางเจียเจี้ย วันนี้ผมก็ขอไปแก้มือกันที่ ‘เทียนเหมินซาน’ วันนี้ตั้งใจมากว่าจะต้องได้ภาพเด็ดกลับไป 55555+

ตื่นมากันแต่เช้า หมอกลอยสวยมาก เห็นแล้วยิ้มกริ่มเลยครับว่าจะต้องขึ้นกระเช้าทะลุหมอก วันนี้คือจะต้องสุด!

เดินไปซื้อตั๋วขึ้นกระเช้าด้วยความมั่นใจ พี่จีนคนขายตั๋วบอก ‘ไอ้ตี๋ ลื้อไปขึ้นรถบัสเลยนะ กระเช้ากรุ๊ปทัวร์จองไว้หมดแล้ว’ โอ้โห น้ำตาแทบไหล เหมือนมีคนมาดับฝัน กระเช้าทะลุหมอกของผมมมม TT

แล้วผมก็ฝืนชะตากรรมไม่ได้ ก็ต้องนั่งรถบัสขึ้นมาตามระเบียบ แต่เมื่อมาถึงตรงจุดที่เรียกว่า ‘ประตูสวรรค์’ เหมือนได้เบิกเนตรครับ วิวดีมากกกก ลืมความเจ็บปวดจากกระเช้าทะลุหมอกไปเลย 5555+

หลังจากที่ผมตะลอนๆอยู่ในจางเจียเจี้ยกันอยู่ 3 วัน 2 คืน ผมก็นั่งรถบัสต่อไปที่เมือเฟิ่งหวงกันครับ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าก็มาถึง

สำหรับที่พักของผม ก็พักที่ Yinji Inn (คืนละ 1,800 บาท) ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แต่วิวดีมากกก ภาพข้างล่างคือวิวที่มองเห็นได้จากระเบียงห้องได้เลยครับ
 

บรรยากาศภายในที่พัก
 

ค่ำแล้วเราไปเดินเล่นภายในเมืองเฟิ่งหวงกันดีกว่า เอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือความเป็นเมืองโบราณในบรรยากาศริมน้ำ มองไปทางไหนก็จะเป็นอาคารแบบสมัยก่อน เหมือนที่เราเคยเห็นในหนังจีนเลยครับ ประดับประดาไว้ด้วยไฟอลังการ
 

ลองเดินตามตรอกซอกซอยดูครับ มีจุดถ่ายรูปสวยๆเยอะมาก

เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์
 

เช้ามาเรามาเดินเที่ยวดูบรรยากาศของเมืองเฟิ่งหวงกันบ้าง ดูดีไม่แพ้กันนะครับ ดูสงบ และเรียบง่าย แต่ก็ต้องตื่นมากันแต่เช้าาาหน่อยนะครับ เพราะถ้าเริ่มสายๆ คนจะเยอะหน่อย
 

#คนหลงทาง #ChinaTrip


  •